หน้าหลักสุขภาพดีสร้างได้

ใครชอบวางมือถือไว้ที่หัวนอน ต้องอ่าน!

สุขภาพดีสร้างได้

ใครชอบวางมือถือไว้ที่หัวนอน ต้องอ่าน!

เชื่อว่าหลายๆ คนมักมีนิสัยแบบนี้กันบ่อยๆ เล่นมือถือเสร็จก็วางมันไว้ข้างๆ หมอน หรือเผลอหลับตอนกำลังนอนเล่นมือถือ เพราะเรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน จนอาจจะลืมนึกไปว่า จริงๆ แล้วมันส่งผลเสียต่อการเป็นโรคร้ายแรงอย่างมากถึงมากที่สุด เพราะมือถือไม่ควรนำมาวางไว้แถวๆ หัวนอนเด็ดขาด ทุกคนคงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยว่ามันจะนำพามาซึ่งโรคอะไร ใบ้ว่ารู้แล้วจะหนาวกับอิทธิฤทธิ์ของมันกันอย่างแน่นอน! เพราะคลื่นโทรศัพท์มือถือเป็นตัวการของมะเร็งสมอง!

อย่างที่เราคงได้ยินเรื่องนี้กันมาอย่างหนาหูแล้วว่า โทรศัพท์มือถือมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะลองสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่า วันไหนที่คุยโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ จะรู้สึกปวดหูและลามไปยันหัว โดยเฉพาะสมองในเด็กที่มีแรงดึงดูดสัญญาณคลื่นได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า จึงทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสมองชนิด Glioma หรือเนื้องอกในสมองได้มากกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง

ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่าในไทยนั้นพบเพศชายเป็นเนื้องอกในสมองมากกว่าผู้หญิง อีกทั้งช่วงอายุที่พบว่าเป็นเยอะที่สุดคือ 5-9 ปี และ 50-55 ปี โดยในกลุ่มของเด็ก ถือว่ามะเร็งในสมองเป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด เราในฐานะผู้ใหญ่ จึงควรให้ความสำคัญต่อการใช้มือถือในกลุ่มเด็กเล็กให้มากๆ เพราะหลักๆ แล้ว พวกเค้ายังมีภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีเท่าพวกเรา

ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือได้ก็ไม่เป็นไร เราก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านั้นได้

มาดูพฤติกรรมหลักของคนไทยที่เสี่ยงต่อผลกระทบนี้มี...อะไรบ้าง

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ สบท. ได้ทำการสำรวจร่วมกับมหาวิทยาลัยเอแบค เดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า.. พฤติกรรมของคนไทยกับมือถือแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆดังนี้

อันดับ 1 - คนไทยนิยมวางมือถือไว้ข้างหัวเตียง

คนไทยมักชอบนำมือถือไว้ที่หัวเตียงพร้อมกับเปิดเครื่องไว้ด้วยมากถึง 64.5% เพราะมองว่าสะดวกต่อการรับโทรศัพท์ได้ทุกเมื่อ แถมไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก ดังนั้นเราควรแก้ไขด้วยการนำมือถือไปวางไว้ให้ไกลตัว แต่ไม่ต้องปิดเครื่องก็ได้ จะเป็นทางออกที่ดีกว่า

อันดับ 2 - ใส่ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋ากระโปรง

เกือบครึ่งหนึ่งของคนที่มีมือถือ เทียบได้ 41.6% พบว่า คนไทยชอบเอามือถือเหน็บไว้กับตัว ใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋ากระโปรง เพราะหยิบเข้าออกมานำใช้งานได้ง่ายและสะดวกต่อการพกพานั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าในยามที่ต้องออกจากบ้าน ก็ใส่ไว้ในกระเป๋าแทนจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยสัญญาณคลื่นก็ไม่ได้สัมผัสกับร่างกายของเราโดยตรง

อันดับ 3 - ใส่ไว้ในกระเป๋าพกพา

และกลุ่มสุดท้ายของคนไทยคือ 23.7% นำมือถือใส่ไว้ในกระเป๋าพกพา เพราะส่วนใหญ่จะชอบเดินกดโทรศัพท์หรือบ้างก็เดินคุยโทรศัพท์เม้าท์มอยกับเพื่อน ซึ่งตามหลักแล้ว วิธีนี้เวิร์คที่สุด เพราะถือเป็นการลดความเสี่ยงในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกินความจำเป็นได้มากที่สุดนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้นนะ บางคนตอนนอนเอามือถือมาวางไว้ข้างตัวไม่พอ ยังชาร์จแบตแถมเข้าไปอีก ยิ่งทวีคูณความรุนแรงของระบบสมองเรายิ่งไปอีก ซึ่งทางที่ดี เราควรจะปิดเครื่องแล้ววางไว้ให้ไกลตัวที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ ล่ะก็ แค่วางไว้ให้ไกลตัวแต่ไม่ต้องปิดเครื่องก็ได้ ใครโทรมายังไงเราก็ย่อมได้ยินอยู่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากระทบกับสมองของเราในยามหลับนอน และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเริ่มอายุเข้าเลข 3 ยิ่งต้องหาข้อมูลว่าจะทำประกันสุขภาพที่ไหนดี เพราะเมื่อเกิดยามเจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา เราจะรู้ซึ้งเลยว่า ถ้าไม่ได้ประกันสุขภาพช่วยไว้ งานนี้มีกระเป๋าฉีกกันอย่างสาหัสชัวร์ๆ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล : สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.)

Subscribe to our newsletter

ติดตามบทความสุขภาพดีดี จาก Gen Health Guru

สอบถามเพิ่มเติม