หน้าหลักสุขภาพดีสร้างได้

สาวๆ คุณเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า ???

สุขภาพดีสร้างได้

สาวๆ คุณเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า ???

ในยุคที่คนติดมือถือหรือเทคโนโลยีรอบตัวมากเกินไปจนทำให้การสนทนากันน้อยลง ใน 1 วันเราอยู่กับมือถือไปแล้วมากกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้โดยส่วนใหญ่จะอยู่กลุ่มของสาวออฟฟิศ สาวโสด อาจเป็นเพราะสภาวะทางอารมณ์ ที่มีความตึงเครียด ในหน้าที่การงาน การใช้ชีวิต ทำให้เกิดภาวะเศร้า เหงา เหนื่อย เบื่อ หรือท้อแท้ในชีวิต มีผลต่อเนื่องเสี่ยงที่จะเป็น “โรคซึมเศร้า” ในที่สุด

สาวๆ หลายคนคงได้เจอกับปัญหาเหล่านี้ สังคมจะบีบคั้นให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ แต่คำว่าสมบูรณ์แบบที่ว่านั้นมันไม่มีคำจำกัดความใดๆ ที่จะมาวัดผลได้เลย เนื่องจากสภาวะทางสังคมในเมืองที่มีการแข่งขันสูง จึงทำให้เกิดความเครียดตามมาในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ งานประจำ ที่จำเป็นต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม เครื่องประดับ รถยนต์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัววัดสถานะทางสังคมว่าเราจะอยู่ในจุดไหน

การเครียดสะสม อาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ หลายคนมีอาการแสดงออกอย่างชัดเจน ทั้งสีหน้า ท่าทาง หรือบางคนไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลยทั้งสิ้น ใช้ชีวิตในสังคมเหมือนคนปกติ แต่สภาวะจิตใจภายในนั้นอาจจะแย่มากๆ ซึ่งกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้คือ กลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องเจอสถานะการณ์หลายอย่าง เรื่องงาน เรื่องบุคคล การเดินทาง การใช้ชีวิตทั่วไป ปัจจัยภายนอกส่วนใหญ่เป็นตัวกระตุ้นให้สภาวะทางอารมณ์ภายในเกิดขึ้น แยกแยะไม่ได้ วิตกกังวลเครียดมากกว่าปกติจนเป็นโรคซึมเศร้านั่นเอง

มาเช็คดูกันว่าคุณมีข้อไหนกันบ้าง ??

1. ไม่อยากสนทนากับใคร

อันนี้หลายคนอาจเป็นบ่อยๆ บางทีเวลาเหนื่อยมากๆ เราอาจจะไม่อยากพูดคุยกับใคร อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว หรืออาจมีการคุยกับตัวเองในวันที่ย่ำแย่ หรือท้อแท้ บางทีภาวะแบบนี้ไม่ได้เกิดจากความเครียดอย่างเดียว อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าอื่นๆ ก็มีส่วนทำให้รู้สึกแบบนี้ได้

แก้ไขอย่างไร : หาเพื่อนเพื่อระบายความในใจ สิ่งที่อยู่ในใจ ปัญหาที่เจอ หรือเรื่องที่กำลังทำให้เครียด เพื่อลดสภาวะเครียดลง จะทำให้โล่งมากขึ้นเมื่อเราได้ระบายออกไป

2. พบปะสังคมน้อยลง

ให้คุณลองสังเกตการเข้าสังคมของตัวเอง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปไหม ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า จากที่เคยนัดเพื่อนกินข้าวดูหนังทุกอาทิตย์ โทรคุยอัพเดทเรื่องราวต่างๆ เป็นชั่วโมง แล้วมาดูตัวเองตอนนี้ว่ายังอยากจะไปสถานที่ตรงนั้น หรือเจอเพื่อนอยู่อีกหรือเปล่า หากมีภาวะเศร้า เหงา แต่ไม่อยากเจอใคร นั่นหมายถึงคุณอาจมีความเสี่ยง

แก้ไขอย่างไร : หาเวลาเจอเพื่อน อาทิตย์ล่ะ 1 วัน ออกไปสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด แชร์ประสบการณ์ว่าอาทิตย์นี้ทำอะไรบ้าง เจอปัญหาอะไรมาบ้างอาจช่วยได้นะ

3. กินอาหารมากหรือน้อยกว่าปกติ

การกินจะวัดผลเห็นได้ชัดเจนที่สุด เพราะเราจะรู้ตัวเองว่าปกติแล้วเรากินอาหารในปริมาณเท่าไหร่ เมื่อเรากินน้อยไป หมายถึงเราจะต้องมีความผิดปกติทางร่างกายหรือจิตใจแน่นอน หรือหากกินมากไปนั่นชัดเจนไปเลยว่าคุณกำลังเครียด เลยกำลังหาวิธีทดแทนด้วยการกินนั่นเอง

แก้ไขอย่างไร : พยายามควบคุมอาหารให้ดี เพราะสิ่งที่ผิดพลาดแล้วแก้ไขได้ยากคือน้ำหนักคุณจะขึ้นไปเกินกว่าจะลดได้ และอาจเกิดอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ

4. ดื่มแอลกอฮอล์หนักกว่าปกติ

หากคุณเป็นคนที่ปาร์ตี้อยู่ตลอด ดื่มหนักตลอดก็คงจะเป็นเรื่องปกติ แต่ความแตกต่างของการที่มีความเครียดเข้ามาผสมด้วย อาจจะทำให้เกิดอาการที่คุณอยากดื่มเหล้ามากกว่าปกติ เช่น ปกติดื่มวันล่ะ 8 แก้ว พอมีความเครียดเข้ามา เลยทำให้อยากดื่มเป็นขวดเป็นลิตร จนทำให้ตัวเองเมาหนักๆ หากมีอาหารเหล่านี้ ก็อาจจะแปลได้ว่าคุณมีความเครียดหรือมีปัญหาโดยที่ไม่รู้ตัว จนไม่สามารถควบคุมสติตัวเองและทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน กล้าที่จะทำโดยไม่คิด และยังส่งผลเสียต่อร่างกาย เสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหลายอย่างเมื่อดื่มหนักติดต่อกันบ่อยๆ

แก้ไขอย่างไร : การดื่มแอลกอฮอล์สิ่งที่ต้องระวังคือการควบคุมสติ บางคนที่มีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป อาจจะบอกให้เพื่อนช่วยเตือนหรือ กำหนดลิมิตของตัวเองในการดื่มแต่ละครั้ง เพราะเมื่อขาดสติก็อาจทำอะไรที่ไม่คาดฝันได้เช่นกัน ต้องระวังนะ

5. นอนไม่หลับหรือนอนมากกว่าปกติ

มนุษย์กับการนอนเป็นของคู่กัน โดยปกติแล้วคนเราควรนอนวันละ 6-10 ชั่วโมง แต่หากคุณนอนเกินกว่านั้นจะมีผลต่อระบบร่างกายและอารมณ์ส่งผลให้นอนไม่หลับ และอีกเหตุผลที่ทำให้นอนไม่หลับคือ สมองของคุณยังคงทำงาน ยังคิด ยังเครียด ทำให้ร่างกายไม่สามารถข่มตาหลับได้ ส่งผลต่อสุขภาพคุณให้ล้มป่วยได้ง่าย

แก้ไขอย่างไร : ลองหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองหลับง่าย ทำให้ร่างกายเหนื่อยมากๆ ไปออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่เสียเหงื่อ ร่างกายจะอ่อนเพลีย และหลับได้เองในที่สุด

6. วิตกกังวล ไม่ปล่อยวาง

ข้อสุดท้ายเป็นสิ่งที่พบเจอกับกลุ่มคนออฟฟิศมากที่สุด พูดง่ายแต่ทำยาก ความเครียดสะสม ความวิตกกังวล การยึดติดกับทุกอย่าง การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ มันทำให้สภาวะจิตใจของเราย่ำแย่ หากเราไม่ปล่อยวางหรือมองข้ามบางสิ่งไปบ้าง ในสมองเราจะคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิม และตอกย้ำความรู้สึกให้แย่ลงไปเรื่อยๆ

แก้ไขอย่างไร : ฝึกนั่งสมาธิ เรื่องธรรมะจะทำให้จิตใจเราสงบ แล้วพอจิตใจสงบเราจะค่อยๆ แยกแยะ ลำดับความสำคัญของปัญหา และทำใจยอมรับว่าเราจะแบกทุกเรื่องคนเดียวไม่ได้ และปล่อยวางบ้าง

ลองสำรวจตัวเองว่า คุณมีสภาวะทางอารมณ์เป็นแบบข้อไหนบ้าง

หากคุณมี....นั่นคือคุณ อยู่ในสภาวะที่จิตใจและร่างกายมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำให้พบแพทย์ทันทีเพื่อรักษาจากระยะเริ่มต้น เพราะหากปล่อยอาการไว้นานจะกลายเป็นเรื้องรัง แล้วจะต้องใช้เวลาในการเยียวยานานมาก สภาวะทางอารมณ์ของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “กำลังใจ” ที่ดีจากคนรอบข้าง คนในครอบครัว คนรัก เป็นสิ่งที่จะช่วยเยียวยาความบอกช้ำทางใจได้ดีที่สุด

เมื่อคุณเห็นแล้วว่าคุณหรือคนรอบข้างคุณ อาจมีความเสี่ยงของสภาวะทางอารมณ์ที่ผิดปกติ การวางแผนชีวิตเอาไว้ล่วงหน้าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสุขภาพของเราสำคัญที่สุด สุขภาพจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับจิตใจของตัวเราเอง เลือกแผนสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวคุณ ลดการเกิดปัญหา ภาวะเครียด หรือต้องสำรองจ่ายเมื่อเจ็บป่วย ให้เราช่วยดูแลแก้ไขปัญหาให้กับสุขภาพของคุณ แล้วจิตใจของคุณจะกลับมาสดชื่น สดใสได้เช่นเดิม

Subscribe to our newsletter

ติดตามบทความสุขภาพดีดี จาก Gen Health Guru

สอบถามเพิ่มเติม