หน้าหลักสังคมผู้สูงวัย

การสื่อสารกับคนสูงวัยให้เข้าใจกัน

สังคมผู้สูงวัย

การสื่อสารกับคนสูงวัยให้เข้าใจกัน

ในปี 2556 องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า คนสูงวัยในประเทศไทย มีอายุขัยยืนยาว เป็นลำดับที่ 76 ของโลกจาก 193 ประเทศ โดยอายุเฉลี่ยแล้วผู้ชายอยู่ที่ 71 ปี และผู้หญิงอยู่ที่ 78 ปี เมื่อวิเคราะห์อายุเฉลี่ยของคนไทย พบว่าคนไทยมีอายุเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบจากปี 2552 โดยที่ผู้ชายจะมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.9 ปี และผู้หญิงเพิ่มขึ้น 0.2 ปี

เมื่ออายุแตะที่เลข 70 จะถือว่าเป็น “ผู้สูงอายุตอนกลาง” (Middle Old) ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากสิงคโปร์ ที่มีอัตราผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก หน่วยงานต่าง ๆ มีการรณรงค์เรื่องการดูแลผู้สูงวัย ตามข่าวสารระยะหลังมานี้ ก็มีการนำเสนอเรื่องสังคมสูงวัยของประเทศไทย ทำให้มองในอีกแง่มุมหนึ่งได้ว่า ประเทศไทยมี การมองเห็นความสำคัญ และรองรับคนสูงวัยให้อยู่ในสังคมมากขึ้น

ยิ่งถ้าเป็นสมาชิกในครอบครัวของเราแล้ว เรายิ่งต้องให้ความใส่ใจ และเข้าใจเขาให้มาก เชื่อว่าหลายครอบครัว ต้องเคยเจอกับปัญหานี้กับผู้สูงวัยที่บ้านคุณ บ้างก็คุยกันไม่รู้เรื่อง พยายามอธิบายแล้วก็ไม่เข้าใจ แม้จะเป็นในเรื่องที่คุยกันอยู่เป็นประจำวัน ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน หงุดหงิดใส่กัน และสุดท้ายก็นำไปสู่การทะเลาะ หรือขัดใจกันจนเป็นรอยร้าวในใจกันไป..

อยากรู้ไหมว่า ยิ่งแก่ยิ่งมีอะไรเสื่อม และเปลี่ยนไปบ้าง

  1. การได้ยินเสียง ก็ลดลง หูอื้อ หูตึง อาจจะต้องตะโกนคุยกันบ้าง หรือพูดซ้ำ ๆ หลายๆ รอบกว่าจะเข้าใจกัน ความจำ การรับรู้ ตอบสนองช้าลง
  2. กล้ามเนื้อในช่องปาก หรือการรับรส
  3. การนอนหลับพักผ่อน ยากขึ้น

ลึกๆแล้ว คนแก่หรือคนสูงวัยก็จะรู้แหละว่ากิจกรรมหลายอย่างๆ ที่เขาเคยทำมันไม่สามารถทำได้เหมือนเดิมแล้ว จะทำให้เขาหงุดหงิดหรือไม่พอใจตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สภาพจิตใจของเขาก็จะกลับไปเป็นเหมือนเด็ก อ่อนไหวง่าย เช่น เอาแต่ใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่แน่นอน คิดช้าคิดไม่ทัน แต่ก็เขินที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

หมั่นพาคนสูงวัยของที่บ้านไปตรวจเช็คสุขภาพร่างกายประจำปี และเมื่อพวกเขาเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายรักษาเอง หรือหายากินเอง อย่าลืมว่าร่างกายเขาไม่แข็งแรงเหมือนก่อน บางทีการรักษาก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด เพื่อการรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด เหมือนจ่ายครั้งเดียวแล้วคุ้มค่า

การจะสื่อสารกับคนสูงวัยนั้น เราต้องปรับทัศนคติของกันและกันก่อน Gen Health Guru แนะนำให้เข้าใจพวกเขาแบบนี้ค่ะ

  1. เราต้องเข้าใจว่า ผู้ฟังเป็น “ผู้สูงวัย” ท่านได้ยินชัดแค่ไหน บางครั้งประสิทธิภาพในการได้ยินที่เสื่อมลง ก็ทำให้เรา ต้องพูดซ้ำๆ หรือต้องตะเบ็งเสียงดังขึ้น เพราะเขาเองก็ไม่ได้ยินเสียงตัวเอง โดยมิได้เจตนาทำให้เรารู้สึกรำคาญ
  2. คำพูดและภาษา ควรเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย พูดช้าๆ และออกเสียงชัดเจน
  3. ภาษากาย ท่าทางในการพูดก็ช่วยทำให้การสื่อสารง่ายขึ้นมาก มือไม้ช่วยในการอธิบายให้เขาเข้าใจมากขึ้น
  4. เนื้อหาในการคุย ถ้าเป็นเรื่องราวที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ หรือถ้าพูดแล้วจะทะเลาะ ก็ควรเกริ่นนำหรือเตรียมหาเหตุผลมาอธิบาย
  5. คนสูงวัยจะอ่อนไหวง่าย เพราะกลัวและไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งขว้าง ไม่ได้รับการสนใจจากลูกหลาน

สังคมสมัยนี้ก็เล็งเห็นความสำคัญและสนับสนุนให้ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น มีข้อมูลที่เอื้ออำนวย สนับสนุนให้ออกกำลังกาย มีแคมเปญมากมายที่เกี่ยวกับคนแก่ คนชรา วิธีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้แข็งแรง เพราะทุกสิ่งอย่างสัมพันธ์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การสื่อสารกับคนสูงวัย จำเป็นจะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราลองนึกดูถ้าเป็นมีปัญหาแบบที่พวกเขาเจอเราจะรู้สึกอย่างไร เพียงเท่านี้ก็จะทำให้การสื่อสารกับคนสูงวัยเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ลดปัญหาในการทะเลาะและน้อยใจกัน เอาใจช่วยนะคะ

Subscribe to our newsletter

ติดตามบทความสุขภาพดีดี จาก Gen Health Guru

สอบถามเพิ่มเติม